ปลูกเองเลี้ยงเอง กินเอง

เข้าครัวกันดีกว่า ทำอะไรกินกันดีน้าาา เอาง่ายๆละกันเน๊อะ เอาเป็นผัดแตงกวาใส่ไข่ กับต้มยำปลาช่อน ดีกว่า อยากกินมานานละเน๊อะ แต่จะอร่อยมั้ยน้าาา วันนี้เรามาดูกรรมวิธีทำกันดีกว่าค่ะ นอกจากกรรมวิธีทำเรายังมีกรรมวิธีปลูกเจ้าต้นแตงกว่ากับวิธีการเลี้ยงปลาช่อนมาฝากด้วยค่ะ จะได้ปลูกแตงกวาเอาไว้  กินเอง และเลี้ยงปลาช่อนเอาไว้กินเองได้ แล้วจะได้ไม่มีสารพิษตกค้างในแตงกว่า แถมปลาที่เราเลี้ยงเองก็สะอ๊าดสะอาดด้วยค่ะ กินแล้วจะได้กินแบบสบายใจ ไม่ต้องกลัวกินสารพิษกับของเจือปนลงไปในกระเพาะน้อยๆ เลยนะคะ อยากให้มั่นใจก็ต้องทำเอง ปลูกเอง เลี้ยงเองตั้งแต่ต้นเลยนะคะ อย่างน้อยก้ผ่านการเซ้นเซ่อร์ด้วยตัวเองในด่านแรกละค่ะ

มาทำผัดแตงกวาใส่ไข่ไก่ไว้ กินเอง กันดีกว่า

วัตถุดิบในการทำ

  1. แตงกวา
  2. ไข่ไก่
  3. กระเทียม
  4. เครื่องปรุงรส น้ำตาล ซีอิ้วขาว น้ำมันหอย

วิธีทำแตงกวาผัดไข่ที่อร่อยและปลอดภัยจากครัวเราเอง

  1. นำกระเทียมที่เตรียมไว้มาบุบๆ แค่พอแตกๆ
  2. เตรียมล้างแตงกวาที่เราปลูกเอง แล้วเอามาหั่นเป็นชิ้นเล็ก พอคำ เตรียมไว้
  3. ตั้งน้ำมันในกระทะเล็กน้อย เอากระเทียมลงไปผัดให้หอมๆ พอเหลืองนิดหน่อยแล้วใส่แตงกวาที่เราเตรียมไว้ลงไปผัด
  4. หลังจากที่ผัดแตงกว่าได้สักพักแล้วให้ใส่ไข่ไก่ลงไปผัดด้วย พอได้ทีก็ปรุงรสด้วยเครื่องปรุงรส ซีอิ้วขาวนิดหน่อย น้ำตาลทราย และตามด้วยน้ำมันหอย ชิมรสชาดตามชอบเลยค่ะ แค่นี้เองก็เสร็จพร้อมรับประทานแล้วค่ะ

วิธีปลูกแตงกวาแบบง่ายๆ

แตงกวาเป็นพืชพวกเดียวกับแตงโม ฟัก คือในต้นเดียวกันจะมีดอกตัวผู้และดอกตัวเมีย เมื่อผสมเกสรจะเกิดผลที่ดอกตัวเมีย ขณะผลยังเล็กจะมีหนามเยอะมากแต่เมื่อผลโตขึ้นหนามจะหลุดออกไปเอง เพราะฉนั้นเวลาเราจะดูว่าแตงกวาสามารถเก็บได้รึยังให้ดูที่หนาวและผิวของแตงกวาค่ะ ส่วนขนาดแตงกวาจะเล็กหรือใหญ่ขึ้นอยู่กับพันธุ์ที่ปลูกด้วยค่ะ เรามาเตรียมปลูกแตงกวากันดีกว่าค่ะ

แตงกวานั้นจะชอบอากาศที่ค่อนข้างอบอุ่นจะเติบโตได้ดีในอุณภูมิประมาณ 27-32 องศา ในการเตรียมดินในการปลูกนั้นควรขุดไถให้หน้าดินลึกๆงหน่อยนะคะ สักประมาณ 25-30 เซนติเมตร เนื่องจากเป็นผักที่มีรากลึกแต่ไม่ควรขุดลึกมากค่ะ ก่อนที่เราจะปลูกหลังขุดหลุมแล้วเราควรใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักเก่าลงไปในดินด้วยแต่สมัยนี้ง่ายๆ ค่ะเพราะมีเมล็ดพันธ์ขายตามตลาดทั่วไป เราก็แค่หยอดเมล็ดลงโดยตรงในหลุมทิ้งระยะห่างให้พอเหมาะประมาณ 1.5 เมตร/แถว  ระยะระหว่างต้น 1 เมตรเป็นอย่างต่ำค่ะ หยอดเมล็กพันธ์ลงหลุมสักประมาณหลุมละ 3-5 เมล็ด ที่ต้องหยอดหลุมละเยอะๆ เพราะกันเมล็ดพันธ์ที่ฝ่อค่ะ จะได้ไม่เสียเวลา แล้วกลบด้วยปุ๋ยคอก เมื่อหยอดเมล็ดเสร็จแล้ว เราควรไม่ให้มันเจอแสงที่จ้าเกินไปค่ะ ด้วยการใช้ฟางคลุมและรดน้ำให้ดินขึ้นอยู่เสมอ หลังจากแตงกวางอกและมีใบจริง 2 ใบ ควรถอนทิ้งให้เหลือหลุมละ 1-2 ต้นพอ เพราะถ้าทิ้งไว้ทั้งหมดจะแย่งอาหารกันเองค่ะ ทำให้ไม่งามอย่างที่ควร เมื่อเถาแตงอายุได้ 14 วัน ก็จะเริ่มเลื่อยเราจึงต้องทำค้างให้แตงเลื้อยค่ะ การทำค้างอาจจะทำด้วยวิธีง่ายๆ คือปักไม้ลงไปธรรมดานี่หร่ะค่ะ โดยปักหลุมละ 1 อัน และให้หลักเอนเข้าหากัน และมัดไว้ด้านบน ไม้ค้างควรยาว 2 เมตรเป็นอย่างน้อย เพราะลำต้นของแตงกว่าจะได้เลื้อยได้เต็มที่ค่ะ การรดน้ำควรรดแบบพอดี เบาๆ ถ้าน้ำมากและเถาแตงเปียกน้ำ อาจเป็นบ่อเกิดของโรคเน่าได้ ส่วนการพรวนดินควรทำในระยะแรกเริ่มเพื่อกำจัดวัชพืช เพราะถ้าทำตอนที่เถาเริ่มเลื้อยในระยะต่อมาจะทำได้ลำบากกว่าเริ่มแรก และหากพรวนดินจะกระทบกระเทือนรากได้มีผลต่ะการเจริญเติบโตของแตงและอาจทำให้ได้แตงที่มีคุณภาพไม่ดีได้ค่ะ พอโตได้สักระยะ เราก็ต้องมีการใส่ปุ๋ย เราจะใช้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 เป็นปุ๋ยรองพื้นด้วย การเจริญในระยะแรก ควรใส่โซเดียมไนเตรด 1 ช้อนโต๊ะ / หลุม แค่นั้นค่ะ แล้วก็รอเวลาเก็บเกี่ยวผลผลิตกันเลย เวลาการเก็บเกี่ยวก็ประมาณ เดือนกว่าๆ ค่ะ แต่เนื่องจากเราปลูกไว้เพื่อทานในครัวเรือน เราก็ใช้วิธีดูลูกของแตงกวาก็ได้ค่ะว่าเก็บได้รึยัง ก็อย่างที่บอกข้างต้นค่ะว่าดูที่ผิวของแตงกวาว่าเนียนแต่งตึง หนามหลุดหมดรึยัง ดูได้ด้วยตาเปล่าเลยค่ะ แค่นี้เองเห็นมั้ยคะว่าง่าย ๆ ปลูกไว้ทานเองก้ได้ค่ะ ปลอดยาฆ่าแมลงกินได้อย่างปลอดภัย ประหยัดและยังได้ผักมากินสดๆ ทุกวันด้วยค่ะ แค่เดินไปเด็ดๆ ก็เอามาผัดทานได้แล้วค่ะ

เอ..อยากกินต้มยำปลาช่อนจังเลย

วัตถุดิบในการทำต้มยำ

  1. ตะไคร้ ใบมะกรูด ข่า
  2. ปลาช่อน หั่นเป็นท่อนๆ
  3. พริกขี้หนูบุบหยาบๆ
  4. ผักชีไทยโรยหน้า หรือ ผักชีฝรั่งก็ได้
  5. เครื่องปรุงรส เกลือ น้ำตาลทราย มะนาว

วิธีทำต้มยำปลาช่อนแสนอร่อย

  1. ตั้งน้ำให้เดือด พอเดือดใส่ปลาช่อนที่เราเตรียมเอาไว้ลงไปพร้อมกับข่าและตระไคร้ ปิดฝาไม่ต้องคน รอให้เดือด
  2. พอเดือดได้ที่สักพัก เราก็ทำการปรุงรสเลยค่ะ โดยการใส่เกลือ มะนาว ปรุงรสตามชอบใจ จะเปรี้ยวจะเผ็ดแค่ไหน จับใส่เลยค่ะ
  3. พอชิมได้ที่ดีแล้วปล่อยให้เดือดอีกสักพักให้ปลาสุก เราก็ฉีกใบมะกรูดใส่ลงไป พร้อมทั้งใส่ใบผักชีทั้งไทยและผักชีฝรั่งใส่ลงไปในหม้อ ปิดไฟทันทีแล้วเสริฟค่ะ ง่ายจังเลยย ถ้าใครอยากทานเห็ดก็ใส่ลงไปด้วยตอนก่อนจะปรุงรสนะคะ แค่นี้ก็ได้ทานของอร่อยๆ ง่ายๆ แล้วค่ะ

วิธีเลี้ยงปลาช่อนไว้ทางเองง่าย

วิธีการเลี้ยงปลาช่อน
เริ่มจากการเตรียมบ่อ บ่อที่ขุดขึ้นใหม่จะมีปัญหาเรื่องดินเป็นกรด ควรปรับสภาพดินโดยตากก้นบ่อให้แห้ง แล้วหว่านด้วยปูนขาวสักประมาณ 2 – 3 วันค่อยปล่อยน้ำเข้าบ่อ ประมาณ 1.5 เมตร ถ้าต้องวิดน้ำเข้าบ่อด้วยน้ำคลองควรป้องกันศัตรูของปลาช่อนเข้ามากินลูกปลาก่อนที่มันจะโตด้วยการเอาผ้ากรองไว้ที่ปากท่อแล้วค่อยสูบน้ำเข้ามา บ่อที่ใช้เลี้ยงควรมีความลึกไม่ต่ำกว่า 3 เมตร แต่เราจะปล่อยน้ำเข้ามาในบ่อแค่ความสูง 2 เมตร เพื่อใช้เลี้ยงแค่นั้นพอ ไม่งั้นปลากระโดดขึ้นมาบนดิน ทำให้ลูกปลาตายได้ค่ะ การปล่อยปลา คือเราต้องไปซื้อพันธ์ปลาที่เค๊ามีขายกันทั่วไปตามฟาร์ม หรือจะให้ง่ายๆ และรู้จักกันอย่างแพร่หลายคือสวนจตุจักรค่ะ จะซื้อแค่ไหนต้องคำนวนกันที่ความกว้างของบ่อด้วยค่ะ เช่น ความกว้างของบ่อประมาณ
20 x 40 เมตร ลึก 3 เมตร ควรปล่อยประมาณ 5,000 -7,000 ตัว การที่เราจะปล่อยให้มากกว่านี้ก็ได้นะคะ แต่ปลาจะแย่งอาหารกันเองเพราะปริมาณอาหารไม่เพียงพอกับจำนวนปลาค่ะ แล้วการเจริญเติบโตก็จะช้ากว่าปรกติด้วย เพราะพื้นทีมีให้ว่ายน้อยค่ะ เราจะใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 8 – 9 เดือน ใช้หัวอาหารในการเลี้ยง หรืออาจจะสลับกับเศษอาหารที่เรามีเหลือๆ หรือไปขอตามร้านอาหารก็ได้ค่ะ ทีนี้ก็แค่รอเวลาจับปลากันค่ะ การเลี้ยงเองก็คำนวนเอานะคะว่าควรลงลูกปลาเท่าไหร่ ไม่ต้องเยอะมากหรอกค่ะถ้าไม่ได้เลี้ยงขาย เลี้ยงเอาไว้ทานเองก็จะดีนะคะ อยากทานก็แค่ไปจับขึ้นมาจากบ่อก นอกจากจะได้ปลาที่สดแล้วยังช่วยประหยัดอีกด้วยค่ะเพราะปลาก็จะขยายพันธ์ไปเรื่อย ๆ เล็กๆก็จะโตมาเปผ้นพ่อแม่พันธ์ เพียงแต่เราต้องสังเกตุว่าปลาออกลูกรึยังถ้าออกแล้วต้องแยกเลี้ยงค่ะ เพราะถ้าปล่อยไว้ เจ้าปลาตัวใหญ่จะกินลูกปลาซะหมดก่อนที่มันจะทันโตค่ะ

เห็นมั้ยคะว่าเรานำความรู้มาฝากแบบเต็มๆ แถมยังพยายามหาวิธีง่ายๆ มาฝากกันค่ะ จะได้สามารถทำเองได้ง่ายๆ ที่บ้าน ขอแค่มีพื้นที่ เศรษฐกิจแบบพอเพียงแบบนี้น่าทำนะคะ ทั้งประหยัด ทั้งสะอาดปลอดภัยไร้สารพิษที่จะทำลายสุขภาพของเรา แค่เราปลูกเองเลี้ยงเอง ทำเองแค่นั้นค่ะ หมดปัญหาที่คอยทำลายสุขภาพไปเลยค่ะ คนเราเมื่ออายุมากขึ้น นอกจากจะไม่อยากไปทานข้าวนอกบ้านแล้ว การเดินทางที่แสนจะรถติดก็น่าเบื่อที่สุดค่ะ เราพักอยู่บ้านเราก็ไม่อยากออกไปใหน แต่จะทำไงถ้าไม่มีอะไรกิน ก็วิธีนี้เลยค่ะประหยัดด้วย อีกทั้งยังเป็นกิจกรรมที่ทำกันได้ภายในครอบครัว และถ้ามีพื้นที่เยอะก็ยังสามารถสร้างรายได้เสริมอีกทางหนึ่งด้วยนะคะ อย่างน้อยก้ขายให้คนข้างๆ บ้านได้แน่ๆ ค่ะ อิอิ

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *